please !!! register

posted on 21 Mar 2010 06:47 by noonano

Step 1 click  :   http://apps.facebook.com/honda

Step 2 click  :  Allow

Step 3 register  :

 

complete

edit @ 26 Feb 2011 18:10:51 by love tuk

“กรุงเทพเลือกได้”

posted on 08 Dec 2009 16:13 by noonano

กรุงเทพเลือกได้

                  สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่าน ดิฉันเขียนบทความนี้เพื่อร่วมประกวดกิจกรรมดีดีของ exteen.com และขอแสดงความคิดสร้างสรรค์เพื่อแสดงพลังแห่งเยาวชนในการพัฒนากรุงเทพมหานครด้วยคนนะคะ แต่ก่อนจะเขียนเรามาดูงานนี้มีชื่องานว่า สีสรรกรุงเทพคำว่า สรร มาจาก เลือกสรร ซึ่งก็แปลรวมกันว่า กรุงเทพเลือกได้

               กรุงเทพเปรียบดังเมืองสวรรค์ที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงในอดีต แต่ปัจจุบันนี้กรุงเทพได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา การมีวิถีชีวิตแบบคนเมืองในกรุงเทพฯ ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ การจราจรหนาแน่นและหลีกเลี่ยงไม่ได้กับปัญหาขยะมูลฝอย น้ำเน่าเสีย การแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกคนต่างต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างมีพลังและความอยู่ดีมีสุขของคนเมือง เพราะฉะนั้นทุกคนจึงต้องร่วมมือกันเพราะเป็นวิธีการสำคัญที่ทำให้ กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองน่าอยู่ได้

               กรุงเทพในมุมมองของดิฉัน แค่คิดก็อึดอัดขึ้นมาทันที เพราะไปทีไรก็รู้สึกเหมือนตัวคนเดียว ไม่รู้จักกับใคร แต่ในด้านความเจริญ ความเป็นเมืองของกรุงเทพนั้นเมืองไหนก็สู้ไม่ได้จริง ๆ เมื่อมีความเจริญแล้ว สิ่งแวดล้อมก็เสื่อมลง เกิดการแย่งชิง สังคมเสื่อมถอยลง การจราจรเพิ่มขึ้นหนาแน่น และหลีกเลี่ยงไม่ได้กับปัญหาขยะมูลฝอย น้ำเน่าเสีย จนกลายเป็น เมืองเจ้าปัญหา ไปซะแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถช่วยกันได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงาน การจัดการขยะ รองจากนั้นเป็นเรื่องของวิถีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงซึ่งแต่ละคนนั้นมีความรู้และอยู่ในวิสัยที่ทำได้อยู่แล้ว  แต่ถ้าเลือกได้อยากจะให้กรุงเทพเป็นดังต่อไปนี้……

1.     ห้องน้ำสาธารณะกรุงเทพฯ ต้องเป็นแบบนี้ ไม่ต้องสวยขนาดนี้ก็ได้แต่ขอให้สะอาด นี่เป็นภาพห้องน้ำวัดบางพลี สวยจริง ๆ ค่ะ อยากให้กรุงเทพฯมีห้องน้ำสาธารณะอย่างนี้ใช้

  

Credit : Photo by jog

2.     สวนสาธารณะเขียวชอุ่ม ร่มรื่น เย็นสบาย ต้นไม้เยอะ

 

3.     พื้นที่กรุงเทพฯ ต้องสะอาดตา ไร้ขยะ

4.     การจราจรสะดวก รถไม่ติด ปัญหาเบาบางลง

  

5.   มาปั่นจักรยานกันดีกว่า 

เรื่องสุดท้ายอยากให้คนไทยทุกคนรักใคร่ สามัคคีกัน ทุกภาค ทุกจังหวัด ไม่เฉพาะคนกรุงเทพฯ อยากให้รักกันมาก ๆ สามัคคีกันเข้าไว้..

วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ วันที่ทุกคนสามัคคีกัน อย่างพร้อมเพรียง

Credit : Photo by Diaphragm, Chaleejang

ความสามัคคีและความถือตัวว่าเป็นไทยเป็นสมบัติมีค่าสูงสุด   เพราะเป็นมรดกที่เราได้รับสืบต่อจากบรรพบุรุษและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารวมกันอยู่ได้ ให้เราดำรงชาติประเทศและเอกราชสืบมาได้ ทุกคนจะต้องรักษาความเป็นไทยและความสามัคคีนี้ไว้ให้มั่นคง เพื่อชาติไทยของเรา

edit @ 8 Dec 2009 22:38:50 by noonano

วิธีทำดีถวาย “ในหลวง” ต้อนรับปีมหามงคล 2553

          เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2553  อีกทั้งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายหน่วยงานต่างรณรงค์ให้คนไทยรวมพลังกันทำความดีถวายในหลวง  เช่นเดียวกับกลุ่มประชาสัมพันธ์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  กระทรวงวัฒนธรรม  ได้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน่าสนใจมาก  เป็น  80 วิธีทำดีต่อตนเอง ต่อสังคมรอบข้าง ตลอดจนประเทศชาติ  เพื่อให้ทุกคนได้ลองเลือกไปปฏิบัติตามความถนัดและความชอบ  นำมาซึ่งความสุขและความสมานฉันท์ของชาติ และเพื่อถวายแด่ "ในหลวง" ที่รักยิ่งของเรา

          เริ่มจาก ทำดีต่อตนเอง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เราได้รู้สึกดีๆ  และพร้อมที่จะแบ่งปันความสุขไปให้ผู้อื่น ได้แก่

          1. ตื่นขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นทุกเช้า  พร้อมยิ้มแย้มแจ่มใสรับวันใหม่
          2. ไหว้พระก่อนออกจากบ้านเพื่อเตือนสติและเพื่อสิริมงคลแก่ตน
          3. สวัสดีคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่ ก่อนและหลังกลับจากโรงเรียนหรือที่ทำงานทุกครั้ง
          4. ตั้งใจไม่โมโห หรือไม่โกรธใครอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 วัน
          5. ไม่พาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งปวง
          6. อ่านหนังสือดีๆ อย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อเสริมสร้างสติปัญญา และนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
          7. พูดคำว่า "ขอบคุณ" หรือ "ขอบใจ" ทุกครั้ง เมื่อผู้อื่นทำอะไรให้ เช่น ช่วยถือของ ให้บริการ
          8. อย่าลืม "ขอโทษ" เมื่อทำผิดต่อผู้อื่นทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ หรือเมื่อทำสิ่งใดผิดพลาด
          9. มีหลักการ ยึดมั่นในคุณความดี และมีความเพียรพยายาม
          10. ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ด้วยการตั้งใจทำสิ่งใดก็เพียรทำให้สำเร็จ ไม่เบี้ยวแม้แต่กับตนเอง

          ทำดีต่อครอบครัว  ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเราที่สุด  และมีผลต่อความสุขของสมาชิกทุกคน ได้แก่

          11. ลดการบ่นว่า ดุด่าคนในครอบครัวให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นลูก สามี-ภริยา พี่น้อง เพื่อลดความเครียดในบ้าน และทำให้ทุกคนรู้สึกว่าบ้านน่าอยู่ไม่ร้อนหูร้อนใจ
          12. พาสมาชิกในครอบครัวไปกินอาหารนอกบ้านหรือไปเที่ยวบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
          13. ช่วยกันลดรายจ่ายด้วยการไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยหรือไม่จำเป็น เพื่อมิให้เป็นหนี้สินหรือเงินไม่พอใช้
          14. ไม่คิดจะมีกิ๊กหรือเป็นชู้กับสามี-ภริยาผู้อื่น   อันเป็นสาเหตุให้ครอบครัวเราและผู้อื่นเกิดความแตกแยก
          15. พูดจาไพเราะ สุภาพกับสมาชิกในบ้าน ไม่ตะคอกด่าทอหรือจิกเรียกด้วยถ้อยคำหยาบคาย
          16. มีสัมมาคารวะและแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ในบ้าน ทั้งพ่อแม่  ปู่ย่าตายายหรือพี่ป้าน้าอา เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน
          17. มีน้ำใจกับคนในบ้าน  เช่น  ช่วยพ่อแม่ล้างถ้วยชาม  ช่วยภริยากวาดถูบ้าน  ช่วยพาพ่อแม่ของสามีหรือภริยาไปหาหมอ  ซื้อของใช้ให้สามี-ภริยา
          18. ไม่เอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่ แต่รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกในบ้าน  เช่น  ฟังสามีภริยา ฟังลูกว่าต้องการอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดความรัก ความเข้าใจซึ่งกันและกัน
          19. พูดจาชมเชยและให้กำลังใจแก่สมาชิกในบ้าน  เช่น  ชมว่าแต่งตัวดี ทำกับข้าวอร่อย วาดภาพสวย   เป็นต้น
          20. พาครอบครัวไปทำบุญสร้างกุศลร่วมกันในโอกาสวันสำคัญต่างๆ เช่น  วันเกิด  วันวิสาขบูชา ฯลฯ เพื่อให้สมาชิกได้ใกล้ชิดกับพระศาสนา และได้เห็นแบบอย่างการทำดีอย่างเป็นรูปธรรม

          ประการต่อมา ทำดีต่อเพื่อนบ้าน  ซึ่งอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน  หากปลูกไมตรีต่อกันได้ ย่อมจะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข  ดังนั้นจึงควรทำดีต่อกันดังนี้

          21. ยิ้มและทักทายเมื่อพบกัน
          22. ช่วยดูแลสอดส่องบ้านให้เมื่อเพื่อนบ้านไม่อยู่   หรือไปต่างจังหวัด   หรือช่วยแจ้งเหตุหากมีสิ่งใดผิดปกติ 
          23. ซื้อของขวัญหรือของฝากไปให้บ้างตามโอกาส  เช่น  วันปีใหม่ วันตรุษจีน หรือเมื่อกลับจากต่างถิ่น เพื่อเป็นการผูกมิตรหรือขอบคุณเขาที่ช่วยดูบ้านให้
          24. ไม่เลี้ยงสัตว์หรือปลูกต้นไม้ที่จะสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจมาสู่เพื่อนบ้าน  หรือเป็นมูลเหตุให้เกิดการทะเลาะกัน  เช่น  สัตว์ส่งเสียงดังรบกวน หรือใบไม้ร่วงไปรกบ้านเขา
          25. ไม่จอดรถขวางทางเข้าบ้านของเขา  หรือในที่ที่เขาจอดประจำ
          26. ไม่พาสัตว์เลี้ยง เช่น หมา แมว ไปอึหรือฉี่หน้าบ้าน ต้นไม้ของเขา
          27. ไม่เปิดวิทยุ  โทรทัศน์  หรือคาราโอเกะเสียงดังจนรบกวนเขา โดยเฉพาะในวันหยุด 
          28.ไม่ซ้อมดนตรี  จัดงานหรือส่งเสียงเอะอะ โวยวายรบกวนเพื่อนบ้าน ควรจะจัดเวลาซ้อมที่ไม่เช้าหรือดึกเกินไป หรือไม่ก็ควรจะไปซ้อมที่อื่น  และไม่ควรพาเพื่อนมาตั้งวงกินเหล้าส่งเสียงดัง หนวกหูชาวบ้านเขาทุกอาทิตย์
          29. ไม่กวาดขยะไปกองหรือทำสกปรกหน้าบ้านผู้อื่น  ควรกวาดและเก็บใส่ถุงหรือถังขยะให้เรียบร้อย 
          30. ร่วมกิจกรรมสังสรรค์ที่จัดขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชนของเราเองบ้างตามโอกาสอันควร

          ดีต่อเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจะทำให้การทำงานของเราราบรื่น เกิดความสามัคคี และมีผลต่อความเจริญก้าวหน้าของเราด้วย  ได้แก่

          31. ยิ้มแย้มแจ่มใส  รู้จักโอภาปราศรัยต่อเพื่อนร่วมงาน ไม่ทำเมินหรือทำหน้าเมินเฉยไร้ชีวิตเมื่อเจอกัน
          32. ช่วยแนะหรือสอนงานที่เรามีความชำนาญให้
          33. แสดงความยินดีหรือชมเชยเมื่อเขาประสบความสำเร็จหรือได้รับรางวัล
          34. ซื้อของขวัญ  ให้เงิน หรือการ์ดอวยพรในโอกาสต่างๆ เช่น วันเกิด วันแต่งงาน คลอดลูก
          35. แสดงความเสียใจหรือปลอบใจเมื่อเขาประสบเหตุหรือโชคร้าย เช่น พ่อแม่ตาย  ถูกขโมยขึ้นบ้าน
           36. ช่วยเหลือ ตักเตือนหรือชี้แนะเมื่อเขาทำผิดพลาดด้วยความจริงใจ  ไม่ซ้ำเติม
          37. ไม่ขโมยผลงานของเขามาเสนอเป็นผลงานของเรา
          38. ไม่ใส่ร้ายป้ายสี  หรือยุยงให้เพื่อนร่วมงานแตกคอ  หรือทะเลาะวิวาทกัน 
          39. แนะนำหนังสือ ร้านอาหาร  วัด หรือสถานที่ดีๆ แก่เพื่อนให้เขาได้ไปใช้บริการบ้าง
          40. รู้จักอยู่ช่วยงานหรือร่วมกิจกรรมที่เพื่อนในหน่วยงานจัดขึ้น แม้จะมิใช่งานของเรา เพื่อจะได้รู้จักสนิทสนม และทำงานเข้าขากันได้มากขึ้น

          ดีต่อหน่วยงานหรือที่ทำงานของตน ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ประกอบอาชีพทำให้เรามีกินมีใช้ เราจึงควรต้องกตัญญูรู้คุณ ด้วยการ

          41. ซื่อสัตย์ต่อหน่วยงาน ไม่โกงเวลา โกงทรัพย์สินของหน่วยงาน
          42. ไม่นินทาว่าร้าย  หรือดูถูกหน่วยงานของเราเอง หากเราคิดว่าไม่ดีก็ควรออกไปหางานอื่นทำ
          43. ตั้งใจทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ไม่เอาเปรียบผู้อื่น
          44. เมื่อเห็นสิ่งใดไม่ดีในหน่วยงานต้องร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไข ไม่ใช่ซ้ำเติมหรือเมินเฉย
          45. ให้บริการหรือพูดจากับผู้มาติดต่อกับหน่วยงานให้สุภาพ ไพเราะ เพื่อให้เกิดความประทับใจที่ดี 
          46. ใช้ทรัพยากรต่างๆ ของหน่วยงานอย่างประหยัด คุ้มค่าให้เหมือนสมบัติของเราเอง
          47. ไม่ละเมิดกฎเกณฑ์ ทำลายระเบียบที่ดีจนหน่วยงานเละเทะยุ่งเหยิง เพราะต่างทำตามใจตนเองจนควบคุมไม่ได้
          48. รู้จักเสียสละเพื่อหน่วยงานบ้างบางโอกาส  เช่น ทำงานโดยไม่เอาโอที หรือร่วมลงขันจัดกิจกรรมให้หน่วยงาน
          49. ช่วยกันสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีให้หน่วยงาน   เช่น แข่งกีฬาชนะเลิศ จัดทำโครงการดีๆ เพื่อสังคม
          50. ต้องมีความภาคภูมิใจในหน่วยงานของตน

         
วิธีทำความดีถวายพ่อหลวงอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดีต่อสังคม ซึ่งมีเราเป็นหน่วยหนึ่ง ก็จะทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆ  ตัวเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น  เพราะจะเต็มไปด้วยความเอื้ออาทรและความมีไมตรีจิตต่อกัน  ด้วยการ 

          51. ส่งของกิน ของใช้  หรือเงินไปบริจาคมูลนิธิต่างๆ เมื่อถึงวันเกิด หรือวันสำคัญอื่นๆ ของตน   
          52. ทำหนังสือชมเชยไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่ให้บริการที่ดีเพื่อเป็นกำลังใจ  และเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่น   เช่น  เขียนไปชมกระเป๋ารถเมล์ที่พูดจาดี  ช่วยพยุงคนแก่ขึ้นรถ
          53. ช่วยกันรักษาความสะอาดและถนอมใช้สมบัติสาธารณะให้มีอายุยืนนาน เช่น ไม่ขีดเขียนในห้องน้ำสาธารณะ ไม่ทิ้งขยะ-ถ่มน้ำลายบนถนนหนทางหรือในแม่น้ำลำคลอง 
          54. ช่วยกดลิฟต์ให้กับผู้ร่วมทาง หรือช่วยถือของหนักให้กับคนบนรถเมล์
          55. ไม่แซงคิวใดๆ ที่เขากำลังเข้าแถวรอรับบริการ เช่น ซื้อตั๋วหนังหรือเข้าส้วม
          56. นำหนังสือดีๆ  หรือหนังสือธรรมะ  ไปบริจาคตามโรงพยาบาลรัฐ   เช่น  ห้องรอรับการรักษา  ห้องพักผู้ป่วย ห้องพยาบาล  เป็นต้น เพื่อเป็นการแนะวิธีปฏิบัติตน และช่วยปลุกปลอบใจ
          57. ขับรถตามกฎจราจร มีน้ำใจให้กับรถคันอื่น  ไม่แซงซ้ายป่ายขวา และจอดรถให้คนข้ามถนนบ้าง
          58. อ่านหนังสือธรรมะ หรือหนังสือดีๆ ใส่เทป  ซีดี  ส่งไปให้คนตาบอดฟัง
          59. รับเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ให้เด็กที่ด้อยโอกาสได้เรียนหนังสือ
          60. ให้ความช่วยเหลือ-แนะนำแก่ผู้อื่นในสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยทำ  เช่น แนะวิธีคาดเข็มขัดบนเครื่องบิน แนะวิธีใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายในฟิตเนส

          ดีต่อศาสนา อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ  และทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุข  เราจึงควรสืบทอดศาสนาให้ยั่งยืนต่อไปยังลูกหลานของเราด้วยการ

          61. ศึกษาหลักธรรมในศาสนาของเราให้รู้จริง 
          62. ปฏิบัติตามธรรมะที่ศาสดาสอนไว้ 
          63. ช่วยเหลือแนะนำผู้อื่นให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
          64. ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนาอื่น อันเป็นเหตุให้เกิดความแตกแยก
          65. ทำบุญตามหลักศาสนาของตนอย่างน้อยเดือนละครั้ง
          66. สั่งสอนและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีกับอนุชนรุ่นหลัง
          67. ไม่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทำลายผู้อื่น
          68. ไม่ใช้ศาสนาไปหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อในทางที่ผิด
          69. หากเป็นพระ  นักบวช ต้องทำตนเป็นแบบอย่าง และแนะแนวทางดำเนินชีวิตที่ถูกที่ควรแก่ศาสนิกชน
          70. เชื่อมั่นและตั้งใจที่จะช่วยสืบทอดศาสนาทุกวิถีทางที่ดีและถูกต้อง

          คงไม่มีใครในบ้านเมืองอยากเห็นชาติต้องอยู่ในภาวะวิกฤติ การทำดีต่อชาติบ้านเมือง  ซึ่งเป็นแผ่นดินถิ่นเกิดหรือให้เราได้อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่สำคัญ  เราจึงควรตอบแทนด้วยการ

          71. ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหรือตำแหน่งใด 
          72. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาผลประโยชน์ใส่ตัวหรือพวกพ้อง และไม่คิดคอรัปชั่นหรือคดโกงด้วยวิธีการใดๆ
          73. ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์  สุจริต มีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพของตน
          74. ช่วยปกป้องหรือรักษาผลประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองเมื่อมีโอกาส 
          75. ไม่เมินเฉยหรือละเลยให้ผู้อื่นมาฉกฉวยผลประโยชน์จากชาติบ้านเมืองของเรา
          76. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
          77. สอนลูกหลานให้รักและภาคภูมิใจในชาติของเรา
          78. ตั้งใจศึกษาหาความรู้และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างเต็มที่
          79. มีความรักความสามัคคีต่อกันในทุกระดับ
          80. ช่วยกันรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขของประเทศ

          สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างการ "ทำความดี"  อันหลากหลายที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้โดยไม่ต้องรอ แม้บางวิธีเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ  น้อยๆ  แต่อย่าลืมว่าหากเราทุกคนตั้งใจทำความดีเพียงเล็กน้อย ก็สามารถรวมเป็น "พลังอันยิ่งใหญ่"  ที่ทำให้ทุกคนเป็นสุข  เพราะไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน  และมีผลทำให้ชาติบ้านเมืองสงบร่มเย็นได้  และน่าจะเป็นสิ่งที่ "ในหลวง" ของเรา คงทรงยินดีที่ราษฎรของพระองค์สร้างความดีแก่ตัวและผู้อื่นมากกว่าการสร้างถาวรวัตถุใดๆ ถวายพระองค์ท่านอย่างแน่นอน

edit @ 8 Dec 2009 16:01:29 by noonano

Motion Graphic

posted on 08 Dec 2009 13:46 by noonano
   

สำหรับ โมชั่นกราฟิก คือ กราฟิกที่ใช้เทคนิค วิดีโอ และ/หรือ แอนิเมชั่น มาสร้างภาพที่มีการเคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนแปลงรูปภาพ โมชั่นกราฟิกนี้มักจะมีเสียงดนตรีประกอบ เพื่อใช้ในสื่อมัลติมีเดียต่างๆ

credit : http://www.youtube.com/user/FreeSpiritInArt

edit @ 8 Dec 2009 14:10:42 by noonano

อุทยานแห่งชาติไทรทอง  ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ

อุทยานแห่งชาติไทรทอง ครอบคลุมพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหย ในอำเภอหนองบัวระเหว เทพสถิต ภักดีชุมพล และหนองบัวแดง มีเนื้อที่ 319 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสายซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ผสมกับป่าเบญจพรรณ มีต้นไผ่รวกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจคือ


น้ำตกไทรทอง ห่างจากที่ทำการ 1 กิโลเมตรไปตามทางรถยนต์และเดินเท้าอีก 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเตี้ยๆ สูงเพียง 5 เมตรแต่มีความกว้างประมาณ 80 เมตร ด้านหน้าเป็นแอ่งน้ำใหญ่ สามารถลงเล่นน้ำได้ เหนือน้ำตกมีวังน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า วังเงือก สายน้ำไหลไปตามแก่งหินที่ลาดต่ำลงที่ละน้อย มีความยาวไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ในบริเวณนั้นจะมีต้นกระบากพันปี เป็นต้นไม้ที่ใหญ่มาก นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้

น้ำตกชวนชม อยู่เหนือน้ำตกไทรทองไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูง 20 เมตร รอบบริเวณมีต้นไม้ร่มรื่น

ผาพ่อเมือง เป็นแนวหน้าผาตามสันเขาพังเหยด้านตะวันตก ตามเส้นทางขึ้นสู่ทุ่งบัวสวรรค์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700-900 เมตร มองลงไปเป็นตัวอำเภอภักดีชุมพลและเทือกเขาพญาฝ่อ ที่กั้นระหว่างชัยภูมิกับเพชรบูรณ์
 
ผาหำหด  ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นสันเขาตรงจุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหย สูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร เป็นจุดชมวิวมองเห็นทิวทัศน์สวยงาม และมีชะง่อนหินยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นจุดที่ถ่ายภาพได้สวยงามน่าหวาดเสียว
 
ทุ่งบัวสวรรค์ หรือ ทุ่งดอกกระเจียว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 12 กิโลเมตร ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม ต้นกระเจียวจะออกดอกสวยงามเต็มทุ่ง มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาว นอกจากนี้ ในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคมบริเวณนี้จะมีพรรณไม้จำพวกดุสิตา สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน กระดุมทอง ขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ การเดินทางไปทุ่งดอกกระเจียวสามารถขับรถหรือเช่ารถกระบะจากที่ทำการอุทยานฯ ไปยังลานจอดรถและลานกางเต็นท์ ระยะทาง 9 กิโลเมตร ค่าเช่ารถคันละ ประมาณ 500 บาทและจากนั้นเป็นเส้นทางเดินเท้าผ่านผาพ่อเมือง ผาหำหด ผาเพลินใจ ทุ่งบัวสวรรค์ 2 (ดอกกระเจียวสีชมพู) ทุ่งดอกกระเจียวขาว ผาอาทิตย์อัสดง  ตามลำดับ ระยะทางเดินเท้าจากลานจอดรถไปผาหำหด 300 เมตร และไปทุ่งบัวสวรรค์สีชมพูและสีขาว เป็นระยะทางอีก 1,300 เมตร และ 700 เมตร ตามลำดับ  ช่วงที่มีดอกกระเจียวเป็นช่วงฤดูฝน ควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย

หินเทิน เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ขนาดกว้าง 10 เมตร สูง 5 เมตร ตั้งอยุ่บนก้อนหินที่เล็กกว่ากันมากได้อย่างสมดุลโดยไม่ร่วงหล่น
 

จุดชมวิวเขาพังเหย อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์) ประมาณกิโลเมตรที่ 70 เป็นที่แวะพักรถยนต์และชมทิวทัศน์ของผืนป่าและแนวสันเขาสลับซับซ้อนของเขาพังเหย เมื่อมองลงไปเบื้องล่างจะเห็นที่ราบภาคกลางในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในช่วงยามเย็นที่อาทิตย์จะอัสดง

อุทยานฯ มีบ้านพักรับรองและสถานที่กางเต็นท์พักแรม และร้านอาหารบริการ ติดต่ออุทยานแห่งชาติไทรทอง ตู้ ปณ. 1 อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ 36230 โทร. 08 9282 3437 
www.dnp.go.th

การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์) ประมาณ 65 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางแยกขวาไปที่ทำการอุทยานฯอีก 7 กิโลเมตร